Product Overview

✅ ข้อมูล & สเปกหลักของรุ่น (ตามโฆษณา / สเปกจริง)

  • ระบบปฏิบัติการ: Android 13.0 — ทำให้หน้าจอรถที่รองรับ CarPlay/Android Auto เดิม กลายเป็น “แท็บเล็ต Android” ได้เต็มรูปแบบ (Manuals+)
  • หน่วยประมวลผล: Qualcomm SM6225 (8-core CPU) — เป็นชิป 8-core ที่ทาง Carlinkit ใช้กับรุ่นท็อป (บางรุ่นอาจใช้ QCM6225/QCM6225-series) (noon.com)
  • หน่วยความจำ: RAM 8 GB + ROM 128 GB (UFS) — พอให้ใช้งานหลายแอปพร้อมกัน โหลดแอป + หนัง + map ได้โดยไม่ค่อยอืด (noon.com)
  • รองรับ SIM 4G (nano-SIM) ในตัว + WiFi dual-band (2.4/5 GHz) + Bluetooth 4.2/5.0 — ใช้เน็ตจากซิมได้เลย หรือใช้มือถือแชร์ hotspot ก็ได้ (noon.com)
  • รองรับ GPS / GLONASS / BeiDou — ใช้กับแอปแผนที่ได้แม้รถไม่มีเนวิเกเตอร์ OEM (carlinkit.com)
  • รองรับ Wireless CarPlay และ Wireless Android Auto — ถ้ารถมาจากโรงงานมี CarPlay (wired) ก็สามารถอัปเกรดให้เป็นไร้สายได้ (Manuals+)
  • รองรับ ติดตั้งแอปจาก Google Play — เช่น YouTube, Netflix, แอปแผนที่, สตรีมมิ่ง, เพลง, เกม ฯลฯ (Manuals+)
  • รองรับ split-screen / dual screen / การเล่นวิดีโอ + นำทางพร้อมกัน — บางรีวิว/เอกสารบอกว่าสามารถดูวิดีโอได้ขณะใช้แผนที่/นำทางไปด้วย (Manuals+)
  • รองรับ TF-card (microSD) เพิ่มได้ (บางรุ่นบอกขยายได้ถึง 512 GB) — ใช้เก็บไฟล์เพลง / วิดีโอ / แผนที่ออฟไลน์ได้ดี (Carlinkit Factory Australia)
  • รองรับ FOTA (firmware over-the-air) update — meaning หากมีอัปเดตจากผู้ผลิต ก็สามารถอัปได้เองง่าย ๆ (carlinkit.com)
  • ทำงานได้ในช่วงอุณหภูมิที่กว้าง (ตามข้อมูลบางแหล่ง ระบุว่า “-25°C ถึง +75°C”) — แสดงความพยายามรองรับสภาพอากาศร้อน / หนาว (noon.com)

👉 สรุป: รุ่นนี้ออกแบบมาให้ “อัปเกรดหน้าจอรถเดิมให้กลายเป็น Android 13 เต็มรูปแบบ + สตรีม มัลติมีเดีย + เนวิเกชัน + เน็ต 4G + WiFi + CarPlay/Android Auto ไร้สาย” — เหมาะกับคนที่อยากได้ฟังก์ชันครบทั้งความบันเทิงและการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

💬 ข้อดีที่ผู้ใช้จริง / รีวิวทั่วไปพูดถึง

จากเอกสารทางการ & ฟอรัม / รีวิวของผู้ใช้จริง (global + ไทย)

  • ผู้ใช้หลายคนบอกว่า “หน้าจอรถกลายเป็นแท็บเล็ต Android จริง ๆ” — โหลดแอป ดู Netflix / YouTube / ใช้ Maps / Spotify / แอปอื่น ๆ ได้ตามใจ (Manuals+)
  • การเชื่อมต่อแบบไร้สาย (Wireless CarPlay / Android Auto) ทำให้สะดวกกว่าเดิมมาก — ไม่ต้องเสียบสายทุกครั้งที่ขึ้นรถ (Manuals+)
  • สำหรับรถที่ไม่มีระบบนำทาง OEM — GPS + GLONASS + BeiDou ในตัวช่วยให้ใช้แอปแผนที่ได้โดยตรงบนจอรถ (carlinkit.com)
  • ถ้าเน็ตดี (4G หรือ WiFi) — สตรีมหนัง/วิดีโอได้ลื่น ถ้าใช้ “split-screen” — บางคนดูวิดีโอขณะเดินทางได้เลย (Manuals+)
  • รองรับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ (FOTA) — ถ้ามีบั๊กหรือปัญหา ระบบแก้ได้โดยไม่ต้องถอดกล่องออก (carlinkit.com)

ในแง่ “คุ้มค่า / อัปเกรดรถเดิม” หลายเสียงบอกว่าได้ความคุ้มเกินราคาจริง ๆ

⚠️ ข้อจำกัด / จุดที่ควรระวังตามรีวิวจริง

  • มีผู้ใช้บางคนบอกว่า “ตั้งค่าครั้งแรกค่อนข้างยุ่ง” — ต้องโหลดแอปเอง, มีการตั้งค่าภาษาหลายอย่าง, บางอย่างอาจต้องปรับเอง (เช่น ตัวเลือก split-screen, ภาษาของแอปแผนที่) (Reddit)
  • “Boot-up time” (ตอนเปิดรถ / เปิดกล่อง) อาจใช้เวลาสัก 20–30 วินาที — ถ้าคุณขึ้นรถแล้วอยากใช้งานทันที อาจรู้สึกช้า ถ้าเทียบกับ CarPlay แบบ OEM ที่เปิดพร้อมเครื่อง (Reddit)
  • ถ้าเน็ตช้า (4G อ่อน, WiFi ไม่ดี) — การดูหนัง/วิดีโอ สตรีมมิ่งอาจกระตุกได้ (ซึ่งเป็นข้อจำกัดเน็ต ไม่ใช่ตัวกล่องโดยตรง) (shopthai.in.th)
  • กล่องอาจมีอุณหภูมิขึ้นบ้าง ถ้าใช้หนัก ๆ หรือตากแดด (แต่ไม่มีหลายรีวิวพูดถึงปัญหารุนแรง) — แนะนำให้ติดตั้งให้ลมหมุนเวียนดี (shopthai.in.th)
  • บางรถ / หัวเครื่องอาจมี “ปัญหาความเข้ากันได้” (compatibility) — ก่อนซื้อควรตรวจสอบว่ารถคุณมี CarPlay (wired) จากโรงงานจริง และระบบจอสามารถรับ input จาก box แบบเปลี่ยน OS ได้

🧑‍💡 ข้อแนะนำถ้าคุณจะซื้อ + ควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อน

  1. ตรวจสอบว่ารถคุณมี “CarPlay (wired)” จากโรงงาน — เพราะถ้าไม่มี CarPlay รองรับโดยจอรถเดิม รุ่นนี้อาจไม่ทำงานตามที่โฆษณาได้ (shopthai.in.th)
  2. ถ้าซื้อ — แนะนำรุ่น RAM 8 GB + ROM 128 GB (ไม่แนะนำรุ่นต่ำกว่า) ถ้าคุณตั้งใจดูหนัง, ใช้หลายแอป, ใช้งานจริงทุกวัน
  3. เตรียมพื้นที่ติดตั้งในรถให้ “ไม่ร้อนเกินไป / ลมถ่ายเท” ถ้าใช้หลายชั่วโมงต่อเนื่อง
  4. หลังซื้อ — ควรอัปเดตเฟิร์มแวร์ (ถ้ามี) เพื่อแก้บั๊ก / ปรับปรุงเสถียรภาพ (หลายรีวิวบอกว่า หลังอัปเดตแล้วดีขึ้นกว่าเดิม) (carlinkit.com)
  5. ถ้าใช้ดูหนัง / YouTube / Netflix — ควรมีเน็ตที่เสถียร (4G/5G หรือ WiFi) หรือดาวน์โหลด (ออฟไลน์) ลงเครื่องไว้

🎯 เหมาะกับใคร รุ่นนี้ควรอยู่ในลิสต์

  • คนที่อยาก “อัปเกรดจอรถเดิม” ให้รองรับแอปอย่างเต็มที่ (Netflix / YouTube / Maps / เพลง / เกม)
  • คนที่ต้องการ “CarPlay / Android Auto ไร้สาย” + ความสะดวก (ไม่ต้องเสียบสาย)
  • คนที่เดินทางทางไกล / มีผู้โดยสาร / อยากให้รถมีความบันเทิงครบ
  • คนที่อยากให้รถมีเนตในตัว (ใส่ซิม 4G) โดยไม่ต้องพึ่ง hotspot จากมือถือ

🔎 ข้อสังเกตพิเศษสำหรับตลาดไทย / การใช้งานจริงในไทย

  • รุ่นนี้รองรับ 4G LTE + ซิมมือถือ — เหมาะกับโครงข่ายในไทย ถ้าใส่ซิมแล้วตั้ง APN ให้ถูกต้อง ก็ใช้งานได้ทั้ง Netflix / YouTube / Google Maps ได้สะดวก (Manuals+)
  • ถ้ารถคุณเป็นรุ่นใหม่ที่มี CarPlay แล้ว (เฉพาะรุ่นที่รองรับ) — การอัปเกรดจะค่อนข้างคุ้มค่าเช่นกัน
Author
Listed by Ryojun Morinaga

Carlinkit Carplay AI box Android auto Wireless Carplay Dongle รถ Android 13.0(8+128G)TBOX carlink kit อะแดปเตอร์กล่องทีวีรถยนต์

Shopee